วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554


INTERNATIONAL ORGANAZATION


อักษรย่อ: ใช้ภายในสำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ
ภาษาอังกฤษ + ภาษาไทย

ส่วนเจรจาเขตการค้าเสรี

(FTA)
 
 Free Trade Area 
เขตการค้าเสรี
(AKFTA)  Asean - Korea Free Trade Agreement 
ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี 
(BIMSTEC)  Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic
Cooperation
 
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการกลุ่มประเทศในอ่าวเบงกอล 7 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ ภูฎานอินเดีย พม่า เนปาล ศรีลังกา และไทย
(EFTA)  The European Free Trade Association 
ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป 
(JTEPA)  Japan-Thailand Economic Partnership 
ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น 
(TUSFTA)  Thailand-United States Free Trade Agreement 
ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐอเมริกา
(TIFTA)  Thailand-India Free Trade Agreement 
 ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย
(TAFTA)  Thailand-Australia Free Trade Agreement 
ความคกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย

ส่วนองค์การการค้าโลก

(WTO)   World Trade Organization  
องค์การการค้าโลก


ส่วนองค์การระหว่างประเทศ

(FAO)
 
 Food and Agricultural Organization of the United Nations 
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
(UNCTAD)  United Nations Conference on Trade and Development 
การประชุมสหประชาชาติเพื่อการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด 
(UNESCAP)  United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific 
คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค 
(OECD)  Organization for Economic Co-operation and Development 
องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา  (APCAEM)  Asian and Pacific Centre for Agricultral Engineering and Machinery
 ศูนย์วิศวกรรมการเกษตรและเครื่องจักรกลสำหรับภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค 
(CIRDAP)  Centre on Integrated Rural Development for Asia and the Pacific 
ศูนย์การพัฒนาชนบทครบวงจรสำหรับเอเชียและแปซิฟิ
(WFP)  World Food Program 
โครงการอาหารโลก
(CAPSA)  Centre for Alleviation of Poverty through Secondary Crop Development inAsia and the Pacific 
ศูนย์ลดความยากจนโดยผ่านโครงการการเพาะปลูกรอบที่ 2 ภายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค
(IFAD)  International Fund for Agricultural Development 
กองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม


ส่วนความมือทวิภาคีและพหุภาคี

(ACMECS)
 
 Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economics Strategy 
กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
(IMT-GT) Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle 
สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเชีย-มาเลเชีย-ไทย
(ASEAN)  The Association of Southeast Asian Nations 
สมาคมแห่งชาติเอเชียตะออกเฉียงใต้
(APEC)  Asia-Pacific Economic Corporation 
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค
(EU)  European Union 
ประชาคมยุโรป
(ASEM)  Asia-Europe Meeting 
การประชุมเอเชีย-ยุโรป
(ACD)  Asia Cooperation Dialogue 
ความร่วมมือเอเชีย
(GMS)  Greater Mekong Sub-Region Economic Cooperation 
โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ขอขอบคุณ ที่มา: http://www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=4231

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Incoterms


INCOTERMS
            เป็นข้อตกลงในการส่งมอบทางการค้าระหว่างประเทศที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องนำมาระบุไว้ในสัญญาซื้อขายเพื่อจะได้ทราบถึงหน้าที่ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องปฏิบัติให้แก่กัน ฉะนั้น ก่อนที่จะทำการตกลงซื้อขายทุกครั้ง คู่ค้าจึงควรที่จะคำนึงถึงข้อตกลงในการส่งมอบเป็นลำดับแรก โดยพิจารณาจากหลายๆปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น อำนาจต่อรองของแต่ละฝ่าย บริการเกี่ยวกับการขนส่ง กฎเกณฑ์ในการสั่งเข้า-ส่งออกของประเทศที่เกี่ยวข้อง การได้เปรียบจากขีดความสามารถและความชำนาญของแต่ละฝ่าย รวมทั้งราคาของสินค้าที่จะเพิ่มหรือลดลงในแต่ละข้อตกลง (TERM)
การนำ INCOTERMS มาใช้นั้นทำให้สามารถทราบได้แน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับภาระของค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงต่ออุบัติภัยหรือการสูญหายในระหว่างการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าจากมือผู้ขายไปยังผู้ซื้อ ซึ่งผู้ขายจะหมดภาระลงก็ต่อเมื่อส่งมอบสินค้าให้ถึง ณ จุดที่ได้กำหนดขึ้นไว้
การแก้ไขปรับปรุง INCOTERMS ในปีคศ. 1990 นั้น ได้จัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้ง่ายและเป็นการบ่งชี้ถึงภาระหน้าที่ในเรื่องค่าใชจ่าย และ อุบัติภัยจากน้อยไปมากดังนี้.......
            กลุ่ม E : เป็นกลุ่มที่ผู้ขายจะส่งมอบสินค้า ณ ร้านหรือโรงงานของผู้ขาย (At Seller’s Premises) ซึ่งค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการเคลื่อนย้ายสินค้าย่อมจะต้องเป็นภาระของผู้ซื้อทั้งหมด ในกลุ่มนี้มีอยู่เพียง1 ข้อตกลง คือ....
EXW. เรียกเต็มๆว่า EX WORK หรือบางครั้งอาจเรียกว่า EX FACTORY,
EX WAREHOUSE หรือ EX แล้วต่อท้ายด้วยคำที่หมายถึงสถานที่ของผู้ขาย เงื่อนไขนี้เน้นการส่งมอบที่ต้นทาง ซึ่งผู้ขายจะรับภาระน้อยที่สุด เนื่องจากทั้งค่าขนส่งในประเทศผู้ขายและค่าระวางขนส่งระหว่างประเทศ (Main Carriage) จากจุดต้นทาง จะเป็นค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงภัยที่ผู้ซื้อต้องรับภาระ
             กลุ่ม F : เป็นกลุ่มที่ผู้ขายจะส่งมอบสินค้าให้ไว้ ณ สถานที่ของผู้รับขน (At Carrier’ Premises) หรือลงไว้ในยานพาหนะของผู้รับขน (On Board) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ข้อตกลง ซึ่งค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากอุบัติภัยใดๆ ในการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าจากจุดที่ผู้ขายส่งมอบ ย่อมจะต้องเป็นของผู้ซื้อทั้งหมด ในกลุ่มนี้ ประกอบด้วย 3 ข้อตกลงคือ.....
FCA. (Free Carrier)
FAS. (Free Alongside Ship)
FOB. (Free On Board)
ในกลุ่มนี้เน้นที่ค่าระวางขนส่งหลัก (Main Carriage) ซึ่งจะต้องเรียกเก็บเอาที่ปลายทางอีกทั้งค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงทั้งหมดตกเป็นของผู้ซื้อ
          กลุ่ม C : เป็นกลุ่มที่ผู้ขายจะส่งมอบสินค้าให้ไว้ ณ สถานที่ของผู้รับขนส่งหรือส่งมอบสินค้าลงในยานพาหนะของผู้รับขนเช่นเดียวกัน แต่ผู้ขายมีภาระต้องชำระค่าระวางขนส่งหลักด้วย ส่วนเรื่องความเสี่ยงในการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าจากจุดที่ผู้ขายส่งมอบจะถือว่าเป็นภาระของผู้ซื้อต้องรับผิดชอบเอง ถึงแม้บางข้อตกลงนั้นผู้ขายจะต้องทำประกันภัยไว้ให้ล่วงหน้าก่อน แล้วส่งมอบกรมธรรม์ให้ผู้ซื้อพร้อมเอกสารอื่นๆ ซึ่งหากเกิดความเสียหายขึ้น ผู้ซื้อจะต้องไปเรียกร้องค่าสินไหมเอาเองจากตัวแทนซึ่งอยู่ในประเทศของผู้ซื้อนั่นเอง ส่วนบางข้อตกลงที่ผู้ขายไม่ได้มีภาระจัดทำประกันภัยให้นั้น ผู้ซื้ออาจจะจัดทำประกันภัยด้วยตนเอง หรืออาจจะไม่จัดทำก็ได้ ในกลุ่มนี้มีอยู่ 4 ข้อตกลงด้วยกัน คือ......
CFR. (C0st And Freight)
CIF. (Cost, Insurance And Freight)
CPT. (Carriage Paid To)
CIP. (Carriage And Insurance Paid To)
กลุ่มนี้เน้นที่ค่าขนส่งหลัก (Main Carriage) ผู้ขายมีการ Prepaid หรือจ่ายให้แล้วโดยที่ค่าใช้จ่ายนั้นเป็นของผู้ขาย ส่วนความเสี่ยงเป็นของผู้ซื้อ
            กลุ่ม D : เป็นกลุ่มที่ผู้ขายจะต้องจัดการส่งมอบและติดตามดูแลผู้รับขนที่ตนเองได้จับจองและจ่ายค่าระวางไว้แล้ว ให้นำส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อจนถึงจุดหรือสถานที่ซึ่งได้ตกลงกันไว้ปลายทาง
กลุ่มนี้จึงเน้นในการดูแลส่งมอบตัวสินค้าจนถึงจุดหมายปลายทาง โดยค่าระวางขนส่ง (Carriage Cost) จะต้องชำระล่วงหน้า (Prepaid) ในกลุ่มนี้มีอยู่ 5 ข้อตกลง คือ.....
DAF. (Delivered At Frontier)
DES. (Delivered Ex Ship)
DEQ. (Delivered Ex Quay - Duty Paid)
DDU. (Delivered Duty Unpaid)
DDP. (Delivered Duty Paid)
ภาระของคู่ค้าใน INCOTERMS นั้น สภาหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber Of Commerce) ได้บัญญัติไว้ให้แต่ละฝ่ายต้องปฏิบัติหรือไม่ต้องปฏิบัติ 10 ข้อ เท่าๆกัน แต่เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจจะกล่าวถึงภาระหน้าที่หลักรวมกันไป ดังนี้....
           EXW : EX WORKS (ให้ระบุสถานที่ซึ่งผู้ขายมีสินค้าจะส่งมอบต่อท้ายคำนี้ เช่น EXW, Kanchanaburi, Thailand) หมายความว่า ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้ขายเอง เช่น ที่โรงงานหรือคลังสินค้าของผู้ขาย ซึ่งผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบในการขนส่งสินค้าขึ้นพาหนะซึ่งผู้ซื้อเป็นผู้จัดหามา ข้อตกลงนี้ผู้ขายมีความรับผิดชอบน้อยมาก จึงเหมาะจะใช้กับธุรกิจส่งออกขนาดกลางและเล็กที่ไม่ชอบติดต่อเรื่องพิธีการส่งออกและการขนส่งใดๆ ส่วนผู้ซื้อจะต้องมีภาระจ่ายค่าสินค้าตามที่สัญญาไว้ ต้องจัดหาพาหนะมารับและขนส่งสินค้ารวมทั้งต้องทำการผ่านพิธีการศุลกากรด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตามผู้ซื้อสามารถจะจ้างตัวแทนหรือนายหน้ารับขน หรือบริษัทขนส่งในประเทศของผู้ขายเป็นผู้ดำเนินการให้ แล้วเรียกเก็บค่าระวางกับผู้ซื้อ เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมทั้งความเสี่ยงจากอุบัติภัยที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากการรับมอบสินค้าแล้ว จะตกเป็นภาระของผู้ซื้อทั้งหมด หากผู้ซื้อไม่ชำนาญพิธีการในประเทศที่ส่งออก ข้อตกลงนี้ไม่สู้จะได้เปรียบผู้ขายมาก เพราะจะควบคุมค่าใช้จ่ายได้ลำบาก อีกทั้งต้องยุ่งกับเรื่องพิธีการนำเข้าและค่าใช้จ่ายในประเทศของตนเองอยู่แล้ว ดังนั้น หากตลาดเปิดโอกาสให้เลือกได้ ก็ควรจะเลี่ยงไปใช้ข้อตกลงอื่นที่สะดวกมากกว่า
         FCA : FREE CARRIER (ให้ระบุสถานที่ซึ่งผู้ขายต้องนำสินค้าไปส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของบริษัทรับขนส่ง เช่น FCA, BANGKOK หรือ FCA, EVERGREEN, RAMA IV RD., BANGKOK) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อส่งมอบสินค้าให้อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทผู้รับขน (CARRIER) รายแรก ณ สถานที่ซึ่งผู้ซื้อระบุไว้ รวมทั้งจะต้องผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออกให้ด้วย
ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ได้กำหนดจุดที่แน่นอนไว้ ผู้ขายก็จะต้องเลือกนำส่งภายในสถานที่หรือภายในบริเวณที่ CARRIER สามารถมารับสินค้าไปอยู่ในความดูแลของตนได้ ข้อตกลงนี้ผู้ขายอาจมีบทบาทเข้ามาช่วยจัดการจองยานพาหนะ โดยที่ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้จ่ายและรับภาระในความเสี่ยงต่ออุบัติภัยทั้งหลายเอง
รวมทั้งหากสินค้าใดจำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตส่งออกหรือต้องเสียภาษีส่งออกใดๆ ผู้ขายก็จะต้องดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงไป โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของผู้ขายเอง
ส่วนผู้ซื้อจะต้องจัดการจอง และจ่ายค่าระวาง (อาจขอร้องให้ผู้ขายช่วยติดต่อโดยผู้ซื้อรับภาระจ่ายค่าระวาง) ผู้ซื้อยังจะต้องจัดทำและจ่ายค่าประกันภัยสินค้า ถ้าตนเองต้องการ รวมทั้งจัดการผ่านพิธีการและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตนด้วย
ผู้ซื้อต้องแจ้งชื่อของ CARRIER และสถานที่ซึ่ง CARRIER ตั้งอยู่ต่อผู้ขาย ผู้ซื้อต้องจองและจ่ายค่าระวางเมื่อมีการขนส่งสินค้าที่ปลายทางแล้ว การจองระวางนั้นอาจร้องขอผู้ขายหรือตัวแทนใดๆ ในประเทศผู้ขายเป็นคนดำเนินการให้ โดยที่ผู้ซื้อต้องรับภาระค่าใช้จ่ายและรับภาระเสี่ยงต่ออุบัติภัยเอง หรืออาจจะแบ่งเบาภาระความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบโดยยอมเสียค่าเบี้ยประกันบ้าง
            FREE CARRIER นี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการขนส่งแบบใหม่ที่ใช้ตู้ CONTAINER เป็นหลัก ซึ่งสินค้าจะต้องส่งนำไปฝากให้อยู่ในความดูแลของ CARRIER ซึ่งมักจะจัดสถานีหรือลานเก็บ CONTAINER เพื่อบริการรับสินค้าไว้ในความดูแล
ข้อตกลงนี้อาจนำไปใช้กับการขนส่งแบบใดก็ได้ รวมทั้งการขนส่งแบบรวมพาหนะหลายรูปแบบในแต่ละเที่ยว (MULTIMODAL TRANSPORT)
ทุกข้อตกลงที่กล่าวถึงในบทนี้ ผู้ขายต้องเป็นจัดหา COMMERCIAL INVOICE หรือข้อมูลจัดส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีผลใช้ได้เทียบเท่า COMMERCIAL INVOICE ซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึงในข้อตกลงอื่นๆ อีกต่อไป
การชำระเงินค่าสินค้าตามที่ได้ตกลงกันไว้นั้นเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อในทุกข้อตกลงอยู่แล้ว ดังนั้นในบทความต่อจากนี้จะไม่ขอกล่าวถึงหน้าที่ในการชำระเงินของผู้ซื้อในข้อตกลงอื่นๆ อีกต่อไป
อนึ่ง คำว่า CARRIER ที่ใช้ใน INCOTERMS นี้ จะหมายถึง บุคคลใดก็ได้ที่สัญญารับขนระบุไว้ให้เป็นผู้ดำเนินการขน โดยไม่เลือกว่าเป็นการขนส่งทางใด หรือแม้แต่กรณีที่ผู้ซื้อสั่งให้ผู้ขายมอบสินค้าให้อยู่ในความดูแลของนายหน้ารับขน (FREIGHT FORWARDER) ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ว่าไม่ใช่ CARRIER ในความหมายทั่วๆ ไป แต่สำหรับกรณีของ INCOTERMS แล้ว หากผู้ขายได้มอบสินค้าให้อยู่ในความดูแลของบุคคลหรือนายหน้ารับขนรายแรกแล้ว ก็ถือเสมือนมีการปฏิบัติได้ครบถ้วน ตามเงื่อนไขของ FREE CARRIER แล้ว
คำว่า CONTAINER ที่ใช้ใน INCOTERMS นี้ ให้หมายรวมถึงอุปกรณ์ใดๆ ที่นำมาใช้รวบรวม หรือบรรจุหรือบรรทุกสินค้าเข้าไว้กับสิ่งนั้นๆ รวมทั้งอุปกรณ์ล้อเลื่อนเพื่อขนอุปกรณ์หนักเข้า/ออกจากเรือ (ROLL ON – ROLL OFF) ก็ได้
           FAS : FREE ALONGSIDE SHIP (ให้ระบุท่าเรือที่ซึ่งผู้ขายต้องนำสินค้าไปส่งมอบไว้ เช่น FAS, BANGKOK PORT) หมายถึงผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อนำสินค้าส่งมอบไว้ที่ข้างเรือเดินทะเล ซึ่งจอดอยู่ ณ ที่ท่าเทียบเรือ หรือผู้ขายอาจจะนำส่งไว้ในเรือเล็ก หรือเรือท้องแบน (LIGHTER) ณ ท่าเรือที่ระบุไว้ รับใบรับมาจากจุดที่เกี่ยวข้อง แล้วนำใบรับนั้นแสดงกับผู้ซื้อ ใบรับนั้นต้องมีข้อความจดแจ้งว่าสินค้าได้ถูกส่งให้ไว้ที่ข้างเรือแล้ว ผู้ซื้อจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากจุดที่ผู้ขายนำสินค้ามาส่งมอบ ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้ผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออก (อย่าใช้ข้อตกลงนี้ ถ้าผู้ซื้อไม่มีความสามารถเรือพิธีการส่งออก) ผู้ซื้อมีหน้าที่เลือกและกำหนด CARRIER จองและจ่ายค่าระวางเรือ รวมทั้งหากสินค้าต้องมีการขออนุญาตส่งออก ผู้ซื้อยังจะต้องเป็นคนหาใบอนุญาตส่งออกและเป็นคนจ่ายภาษีส่งออกอีกด้วย ผู้ซื้อใดที่ต้องการให้บริษัทประกันแบ่งเบาภาระความเสี่ยงที่ตนเองต้องแบกรับอยู่ก็สามารถติดต่อทาบทามไว้แต่เนิ่นๆ การดำเนินการต่างๆ นี้ผู้ซื้อย่อมสามารถทำการผ่านตัวแทนหรือนายหน้ารับขนหรือบริษัทขนส่งก็ได้ นอกจากนั้น ผู้ซื้อยังจะต้องผ่านพิธีการและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตนอีกด้วย
ข้อตกลงนี้ใช้ได้ทั้งการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศและการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ ส่วนการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายนั้นเหมือนกับใน EXW
            FOB : FREE ON BOARD (ให้ระบุท่าเรือที่ส่งต่อท้าย เช่น FOB, BANGKOK PORT) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้นำสินค้าไปส่งมอบไว้ในเรือเดินทะเล ณ ท่าเรือที่ระบุไว้ รวมทั้งผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออก หากสินค้าต้องขออนุญาตส่งออกก็ต้องจัดหาใบอนุญาตส่งออก หากมีภาษีส่งออกก็ต้องชำระค่าภาษีนั้นด้วย (ผู้ขายต้องจัดหาใบรับประเภท CLEAN ON BOARD ให้ด้วย เพราะเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อสำหรับข้อตกลง FOB นี้ หรือแม้แต่ข้อตกลง CFR หรือ CIF ก็ตาม)
ส่วนผู้ซื้อจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากจุดที่ผู้ขายนำสินค้ามาส่งมอบไว้ในระวาง ผู้ซื้อต้องเป็นผู้เลือกจองและกำหนด CARRIER เอง ต้องจ่ายค่าระวางเรือเมื่อสินค้าถึงปลายทาง รวมทั้งต้องดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตน ผู้ซื้อสามารถจัดทำประกันภัยในประเทศของตนเองได้ถ้าต้องการทำ เพราะไม่มีเงื่อนไขใดบังคับไว้ว่าต้องกระทำ
ข้อตกลงนี้ใช้กับการขนส่งทางทะเลหรือการขนส่งทางน้ำภายประเทศ แต่การขนส่งสินค้าบางชนิดด้วยอุปกรณ์ขนส่งบางลักษณะ เช่น การขนส่งด้วยพาหนะล้อเลื่อน (ROLL ON/ ROLL OFF : RO-RO) หรือระบบ CONTAINER ซึ่งผู้ขายควรจะหมดภาระลงที่การส่งมอบต่อ CARRIER แล้วให้ CARRIER รับภาระขนลงเรือเอง ก็ควรจะใช้ FCA มากกว่า FOB
          CFR : COST AND FREIGHT (ระบุท่าเรือปลายทางต่อท้าย เช่น CFR, NEWYORK PORT) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้นำสินค้าไปส่งมอบไว้ในระวางเรือเดินทะเล ณ ท่าเรือซึ่งระบุไว้ทำการจองหรือจ่ายค่าระวางเพื่อให้นำส่งสินค้าไปยังสถานที่ผู้ซื้อระบุไว้ที่ปลายทางผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออก
ผู้ซื้ออาจจัดทำประกันภัยในช่วงขนส่งหลัก (ถ้าต้องการผลักความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันภัย) รวมทั้งค่าใช้จ่ายใดๆ อันอาจมีเพิ่มขึ้นหลังจากที่สินค้าได้ถูกส่งเข้าระวางเรือเดินทะเล ณ ท่าเรือต้นทาง ซึ่งค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจะถูกโอนจากผู้ขายไปอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ซื้อ นอกจากนั้น ผู้ซื้อยังจะต้องเป็นผู้จัดหาใบอนุญาตนำเข้าด้วยค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของตนเองอีกด้วย
ข้อตกลงนี้ผู้ขายรายใหญ่สามารถหาประโยชน์จาก CARRIER เพราะสามารถได้รับข้อเสนอที่ดีจากบริษัทขนส่งหลายๆ รายที่ส่งราคาเข้ามาให้เลือกใช้ ผู้ขายจึงสามารถเสนอราคาขายสินค้าของตนให้ต่ำลงได้ ส่วนผู้ซื้อก็จะได้ประโยชน์ด้วยเพราะไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เข้าทำสัญญาของระวางเรือเอง ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงกับภาวะผันผวนของค่าระวางเรือซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมทั้งผู้ซื้อยังสามารถเลือกทำประกันการขนส่งได้ภายในประเทศของตนอีกด้วย
ข้อตกลงนี้สามารถนำมาใช้ได้ทั้งกับการขนส่งทางทะเลและการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ แต่การขนส่งใดที่ผู้ขายไม่สามารถจะนำสินค้าไปลงระวางได้ด้วยตนเอง เช่น การขนส่งอุปกรณ์หนักด้วยพาหนะล้อเลื่อน (ROLL ON / ROLL OFF) หรือ CONTAINER ก็ควรจะใช้แบบ CPT ซึ่งจะได้กล่าวถึงในภายหลัง
          CIF : COST, INSURANCE AND FREIGHT (ระบุท่าเรือปลายทางต่อท้าย เช่น CIF, NEWYORK PORT) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้นำสินค้าไปส่งมอบลงไว้ในระวางเรือเดินทะเล ณ ท่าเรือ ที่ระบุไว้ อีกทั้งจัดการจองและจ่ายค่าระวางเรือในการขนส่งสินค้าไปจนถึงท่าเรือในประเทศ ผู้ซื้อต้องดำเนินการผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออก รวมทั้งต้องจัดทำและจ่ายค่าประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล ส่วนผู้ซื้อมีหน้าผ่านพิธีการและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตนเอง
ผู้ซื้อมีภาระหน้าที่เช่นเดียวกับในแบบ CFR แต่ผู้ขายมีภาระเพิ่มขึ้นในการจัดทำและจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อประกันความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือสูญหายของสินค้าที่อาจเกิดขึ้นให้กับผู้ซื้อ ซึ่งหากสินค้าเสียหาย ผู้ซื้อต้องจัดการเรียกร้องจากบริษัทประกันเอาเอง โดยถือเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ เพราะผู้ขายเป็นเพียงคนจัดทำและจ่ายค่าเบี้ยประกันให้เท่านั้น
ข้อตกลงนี้ใช้ได้กับการขนส่งทางทะเลและการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ แต่หากสินค้าไม่สามารถที่จะส่งเข้าระวางได้ทันที เช่น RO-RO หรือ CONTAINER ก็ควรที่จะตกลงซื้อขายกันด้วย ข้อตกลง CIP ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปจะเหมาะสมกว่า นอกจากเมื่อผู้ซื้อใช้ข้อตกลงนี้ควระบุเงื่อนไขการคุ้มครองภัยทางทะเลให้แน่นอน เพราหากไม่ระบุไว้ ผู้ขายมีสิทธิ์ที่จะทำการประกันภัยให้ในเงื่อนไขขั้นต่ำสุดเสมอ เช่น มูลค่าที่คุ้มครองเพียง 110% และภัยหลักที่คุ้มครองเป็นประเภท C เป็นต้น
        CPT : CARRIAGE PAID TO (ให้ระบุสถานที่ส่งมอบปลายทางต่อท้าย เช่น CPT, NEWYORK PORT) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้นำสินค้าไปส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ CARRIER รายแรก ณ สถานที่ซึ่งระบุไว้ โดยที่ผู้ขายเป็นผู้ทำการจองและจ่ายค่าระวางเพื่อให้นำส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางดังกล่าว ผู้ขายต้องผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออก ส่วนผู้ซื้ออาจจะจัดทำและจ่ายค่าประกันภัยขนส่งสินค้าก้ได้ถ้าต้องการ แต่จะต้องเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตน ความเสี่ยงต่างๆ ในตัวสินค้าและค่าใช้จ่ายที่จะมีเพิ่มขึ้น ถือว่าได้ถูกโอนให้ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระตั้งแต่สินค้าส่งมอบให้ CARRIER รายแรก ผู้ซื้อสามารถจะทำประกันภัยด้วยตนเอง (ถ้าต้องการ) และต้องจัดการเรื่องภาษา และพิธีการนำเข้าต่างๆ เมื่อสินค้าถึงปลายทาง
คำว่า “CARRIER” นั้น คงต้องกล่าวซ้ำอีกครั้งว่า ให้หมายถึงบุคคล ซึ่งในสัญญาจะระบุให้เป็นผู้รับสินค้าไว้เพื่อดำเนินการจัดส่งไม่ว่าจะเป็นการขนส่งโดยทางรถไฟ รถยนต์ เรือเดินทะเล เครื่องบินทางเรือภายในประเทศหรืออาจจะผสมกัน ในวิธีที่กล่าวมาแล้ว หากมี CARRIER ลำดับต่อๆ มาเข้ามารับดำเนินการขนส่งต่อจนถึงปลายทาง ความเสี่ยงที่มีนั้นก็ถือว่าผ่านไปจากผู้ขายไปเป็นของผู้ซื้อนับตั้งแต่สินค้าถูกส่งมอบให้กับ CARRIER คนแรกแล้ว
ข้อตกลงนี้ใช้ได้กับทุกๆ พาหนะ รวมทั้ง MULTIMODAL TRANSPORT อีกทั้งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อตกลง CFR แล้ว จุดส่งมอบของ CFR นั้นยังเป็นรูปแบบเก่า ซึ่งจะต้องส่งมอบสินค้าในระวางเรือ แต่ CPT นี้ต้องการเพียงแต่ให้ผู้ขายนำสินค้าไปส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ CARRIER คนแรกก็พอแล้ว ซึ่งปกติก็มักจะเป็นสถานที่เก็บสินค้าของ CARRIER นั่นเอง
ข้อตกลงนี้ให้ประโยชน์อย่างมากกับผู้ขาย หากนำไปเปรียบเทียบ CFR เนื่องจากผู้ขายสามารถได้รับชำระเงินก่อนที่จะมีการนำสินค้าไปเข้าระวาง จึงได้เอกสิทธิ์มาก่อนตั้งแต่นำสินค้าไปให้อยู่ในความดูแลของ CARRIER ซึ่งถือว่าได้กระทำครบถ้วนตามเงื่อนไขแล้ว
             CIP : CARRIAGE AND INSURANCE PAID TO (ระบุสถานที่ส่งมอบปลายทางต่อท้าย เช่น CIP, NEWYORK) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้นำสินค้าไปส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ CARRIER รายแรก ณ สถานที่ซึ่งได้ระบุไว้ โดยที่ผู้ขายเป็นผู้ทำการจองและจ่ายค่าระวางเพื่อให้นำส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางดังกล่าว ผู้ขายต้องผ่านพิธีการศุลกากรและเสียภาษีส่งออกรวมทั้งจัดทำและจ่ายค่าประกันภัยขนส่งสินค้า ส่วนผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้ผ่านพิธีการและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตน ผู้ขายจะมีภาระเช่นเดียวกับ CPT แต่มีภาระเพิ่มเติมในการจัดทำ CARGO INSURANCE ให้ผู้ซื้อ โดยเป็นคนจัดทำและจ่ายค่า PREMIUM เพื่อประกันความเสี่ยงของการเสียหายหรือสูญหายของสินค้าระหว่างการขนส่ง ซึ่งหากสินค้าเสียหายในภายหลังก็จะไม่ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขายแล้ว แต่ผู้ซื้อนั่นเองจะต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงหรือรับประโยชน์ตามกรมธรรม์นั้นทั้งหมด ผู้ซื้อต้องตระหนักว่าผู้ขายมีสิทธิ์ที่จะทำการคุ้มครองภัยให้ในเงื่อนไขขั้นต่ำสุดเสมอ ดังนั้น จึงควรตกลงเงื่อนไขการคุ้มครองภัยที่ต้องการไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อนที่จะทำการตกลงซื้อขายกัน
ข้อตกลงนี้สามารถใช้กับการขนส่งได้ทุกรูปแบบ รวมทั้ง MULTIMODAL TRANSPORT ด้วย
             DAF : DELIVERED AT FRONTIER (ระบุสถานที่ชายแดน เช่น DAF, NONGKHAI, THAILAND) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระก็ต่อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ณ สถานที่ซึ่งเป็นชายแดนก่อนที่จะผ่านแดนของผู้ซื้อ ซึ่งจะมีพรมแดนติดต่อกันหรือไม่ติดต่อกันก็ได้ ผู้ขายจะต้องผ่านพิธีการส่งออกให้เรียบร้อย จัดหาเอกสารต่างๆ ให้ผู้ซื้อ รวมทั้งค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากโรงงานของผู้ขายจนถึงจุดชายแดนก่อนที่จะผ่านด่านศุลกากรในประเทศของผู้ซื้อนั้น ผู้ขายจะต้องเป็นฝ่ายรับภาระตลอด ซึ่งผู้ขายอาจจะจัดทำและจ่ายค่าประกันคุ้มครองความเสียหายจากโรงงานของผู้ขาย จนถึงจุดส่งมอบชายแดนก็ได้
ส่วนผู้ซื้อจะต้องมารับมอบสินค้า ณ จุดชายแดนนั้น โดยรับผิดชอบเรื่องพิธีการศุลกากร เพื่อนำสินค้าเข้าประเทศของตน ต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าระวาง และค่าเสี่ยงภัยจากจุดชายแดนที่ส่งมอบไปจนถึงคลังสินค้าของตนเอง
การค้าที่ใช้ข้อตกลงนี้มักเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกัน แต่ก็ไม่จำกัด เพียงขอให้คู่ค้าระบุชายแดนลงไว้ในสัญญาซื้อขายให้ชัดเจนเท่านั้น เพื่อที่ผู้ขายจะได้ให้บริการนำสินค้าผ่านแดนประเทศอื่นได้ถูกต้อง และข้อตกลงนี้ตั้งใจให้ใช้กับการขนส่งทางรถไฟ ทางรถยนต์ แต่ก็ไม่ห้ามหากคู่ค้าจะนำไปดัดแปลงใช้กับการขนส่งแบบอื่นๆ โดยตัวของข้อตกลงนี้แล้วถือว่าให้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นการแบ่งกันรับภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงเอาจากจุดส่งมอบที่ชายแดน
ข้อตกลงนี้ใช้กับการขนส่งทางทะเลหรือนำไปใช้กับการขนส่งทางน้ำในประเทศ ข้อตกลงที่ขึ้นต้นด้วยอักษะ D ทั้งหมดจะมีการได้เปรียบเสียเปรียบของทั้งสองฝ่ายนั้นคล้ายกับ CIF หรือ CIP แต่ระหว่างการขนส่งก่อนส่งมอบถึงจุดหมายปลายทางที่ตกลงกันนั้น ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับภาระความเสี่ยงในความเสียหายหรือสูญหายของตัวสินค้า ซึ่งจะชดใช้คืนกลับเป็นตัวสินค้าให้ทันเวลาที่ตกลง
           DES : DELIVERED EX SHIP (ระบุท่าเรือปลายทาง เช่น DES, NEWYORK PORT) หมายถึงผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อจองและจ่ายค่าระวางเรือให้ขนสินค้าไปจอดที่จุดซึ่งเป็นท่าเรือปลายทาง โดยผู้ขายไม่ต้องรับภาระขนลงจากเรือ ส่วนค่าเสียเวลาเรือที่ต้องคอย ณ จุดปลายทางนั้น ผู้ขายต้องเป็นผู้รับภาระและเป็นผู้ผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออกจากประเทศของตน นอกจากนี้อาจจะจัดทำและจ่ายค่าประกันภัยขนส่งสินค้าไว้เองก็ได้
ส่วนผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้จัดการเสียค่าธรรมเนียมขนสินค้าออกจากเรือ จัดหาใบอนุญาตนำเข้าผ่านพิธีการและเสียภาษีนำเข้าประเทศของตน
ข้อตกลงนี้ ผู้ซื้อสามารถจัดการเรื่องประกันภัยและจัดหาผู้รับขนส่งจากจุดที่เรือจอดปลายทางไปยังโรงงานของตนเองได้อีกด้วย
           DEQ : DELIVERED EX QUAY (DUTY PAID (ระบุท่าปลายทาง เช่น DEQ, NEWYORK PORT) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระก็ต่อเมื่อส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ณ ท่าเรือหรือปลายทางที่ระบุไว้ตามสัญญา โดยผู้ขายต้องเป็นผู้จองและจ่ายค่าระวางเรือ ผู้ขายอาจจะลดความเสี่ยงภัยโดยการทำประกันภัยขนส่งสินค้าได้ถ้าต้องการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเรื่องความเสี่ยงเอาเอง ผู้ขายต้องเป็นผู้ผ่านพิธีการและเสียภาษีส่งออก จ่ายค่านำสินค้าออกจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทางที่ระบุไว้ รวมทั้งผ่านพิธีการและเสียภาษีนำเข้าประเทศที่ผู้ซื้อกำหนดไว้อีกด้วย
ส่วนผู้ซื้อต้องรับสินค้าออกจากท่าเรือปลายทาง โดยว่าจ้างพาหนะภายในประเทศของตนขนส่งให้ โดยเสียค่าใช้จ่ายและรับภาระความเสี่ยงด้วยตนเอง เฉพาะช่วงจากจุดส่งมอบที่ท่าเรือปลายทางจนถึงสถานที่ซึ่งใช้เก็บสินค้านั้น ผู้ซื้อไม่ต้องเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร เพื่อนำสินค้าเข้าประเทศปลายทางเพราะผู้ขายดำเนินการไปแล้ว
ข้อตกลงนี้ไม่ควรนำมาใช้หากผู้ขายไม่ถนัดเรื่องพิธีการศุลกากรในประเทศผู้ซื้อ หรือไม่สามารถจัดหาใบอนุญาตนำเข้าประเทศปลายทางได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากคู่ค้าประสงค์ที่จะให้ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการนำเข้าประเทศปลายทางเอง จ่ายอากรเอง ก็ให้เปลี่ยนถ้อยคำท้ายข้อตกลงเป็น “DUTY UNPAID” แล้วระบุท่าเรือปลายทางลงไว้
ข้อตกลงนี้สามารถใช้กับการขนส่งทางทะเลหรือทางน้ำภายในประเทศก็ได้
            DDU : DELIVERED DUTY UNPAID (ระบุสถานที่ปลายทาง เช่น DDU, NEWYORK) หมายถึง ผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ณ สถานที่ระบุไว้ในสัญญา โดยผู้ขายต้องเป็นผู้จองและจ่ายค่าระวางยานพาหนะนั้น ผู้ขายต้องรับภาระความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการส่งออกไปยังสถานที่ระบุไว้ ณ ประเทศปลายทาง แต่ผู้ขายไม่ต้องจ่ายทั้งค่าภาษีและอากรเพื่อนำสินค้าเข้าประเทศปลายทางนั้น
ส่วนผู้ซื้อต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวสินค้า นับตั้งแต่สินค้าถูกส่งมอบไว้ยังสถานที่ส่งมอบปลายทาง และต้องดำเนินการผ่านพิธีการนำเข้า จ่ายค่าภาษีอากร และค่าธรรมเนียม เพื่อนำเข้าประเทศรวมทั้งรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหากไม่สามารถนำสินค้าผ่านพิธีการนำเข้าได้ทันเวลา
อย่างไรก็ตาม หากคู่สัญญาต้องการให้ผู้ขายจัดการเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและรับภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากการกระทำดังกล่าว ก็ต้องระบุความประสงค์นี้ไว้อย่างชัดแจ้ง รวมทั้งหากต้องการให้ผู้ขายรับภาระค่าใช้จ่ายรายการใดที่เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า ก็สามารถระบุเพิ่มถ้อยคำที่ต้องรับภาระลงไปได้ เช่น เรื่อง VAT ก็ให้เพิ่มคำว่า VAT ไว้ท้ายข้อตกลง เช่น DELIVERED DUTY UNPAID, VAT PAID (ระบุสถานที่ส่งมอบปลายทาง)
ข้อตกลงนี้สามารถจะใช้ได้กับรูปแบบการขนส่งทุกรูปแบบรวมทั้งMULTIMODAL TRANSPORT ด้วย
           DDP : DELIVERED DUTY PAID (ระบุสถานที่ปลายทาง เช่น DDP, NEWYORK) หมายถึงผู้ขายจะหมดภาระต่อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อยังจุดที่ได้ระบุไว้ ณ ประเทศปลายทาง ผู้ขายยังจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายและรับภาระความเสี่ยง รวมทั้งภาษีอากร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการนำสินค้าผ่านพิธีการ ณ ประเทศที่ผู้ซื้อต้องการนำเข้า
ผู้ซื้อก็ต้องมานำสินค้าออกไปจากจุดปลายทาง ณ ประเทศของตนนั้น จัดทำประกันภัยภายในประเทศ (ถ้าต้องการ) จ่ายค่าระวางภายในประเทศเพียงช่วงสั้น หากจุดส่งมอบไม่ใช่สถานที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่ใช้เก็บสินค้า
ข้อตกลงนี้ได้ประโยชน์กับผู้ซื้อ เพราะไม่ต้องมารับภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงภัยในการขน
สินค้าจากประเทศผู้ขายมายังประเทศของตน
ข้อตกลงนี้ผู้ขายมีภาระมากที่สุด เนื่องจากต้องนำส่งสินค้าให้ถึงจุดหมายปลายทาง และยังจะต้องรับภาระความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายจนถึงจุดที่ระบุไว้อีกด้วย ผู้ขายไม่ได้เปรียบนักหากเสนอขายกับประเทศปลายทางที่ต้องมีการจัดหาใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งผู้ขายต้องเป็นฝ่ายไปจัดหาให้
ข้อตกลงนี้ไม่มีการจำกัดว่าจะใช้กับยานพาหนะรูปแบบใด และหากคู่ค้าต้องการให้ผู้ชายเป็นผู้ผ่านพิธีการนำเข้าและเป็นผู้จ่ายค่าอากรแล้วก็ควรนำ DDU มาใช้ และหากผู้ขายไม่ต้องการจะรับภาระเรื่อง VAT ก็ควรระบุไว้ให้ชัดเจนว่า VAT UNPAID ไว้ท้ายข้อตกลง เช่น DELIVERED DUTY PAID, VAT UNPAID เป็นต้น
อ้างอิง บทความจาก   http://wannaratw.tripod.com/343_ch3a.htm

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แปลคำศัพท์

         ระบบเศรษฐกิจของประเทศเช่นญี่ปุ่น, แคนาดา, เยอรมนี, และสหรัฐอเมริกาเป็นองค์กรที่ฟรีระบบในคำอื่น ๆ ระบบขององค์กรเอกชน ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ บุคคลและกลุ่มพวกเขาเอง คนมีอิสระในการผลิตการซื้อและขายสิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขามีอิสระที่จะเริ่มต้นธุรกิจขององค์กรใหม่
        
ในระบบขององค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่กำหนดราคาของผลิตภัณฑ์ ตลาดจะเป็นตัวกำหนดมัน แต่"ตลาด"คืออะไร? เรารู้เกี่ยวกับซูเปอร์มาร์เก็ตตลาดหุ้น, ตลาดเกษตรกรตลาดเนื้อสัตว์และตลาดทองคำ เราสามารถซื้อและขายสิ่งตามห้างสรรพสินค้าทางโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตลาดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยผู้ซื้อและผู้ขาย
        
ตลาดจะเป็นตัวกำหนดราคาของผลิตภัณฑ์โดยทั้งสองกฎทั่วไป : กฎหมายของอุปสงค์และอุปทาน ตัวอย่างเช่นวิธีการหลายมะเขือเทศผู้บริโภคจะซื้อในราคาที่แตกต่างกัน? นี่คือความต้องการ กฎหมายของรัฐที่ผู้บริโภคต้องการ (ผู้ซื้อ) มักจะซื้อมากขึ้นของผลิตภัณฑ์ในราคาที่ต่ำ วิธีการหลายมะเขือเทศผลิตภัณฑ์ที่จะขายในราคาที่แตกต่างกัน? นี้คือการจัดหา กฎหมายของรัฐจัดหาที่ผู้ผลิตมักจะอุปทานของผลิตภัณฑ์ในราคาที่สูงขึ้น ผู้บริโภคของหลักสูตรต้องการให้มีราคาต่ำ แต่ผู้ผลิตจำเป็นที่จะต้องทำกำไร. การกระทำของผู้บริโภคและผู้ผลิตกำหนดราคา
        
ลองดูที่ตัวอย่าง ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีอุปทานของ £ 600 ของมะเขือเทศที่ $ £ 1.99 หลังจากสองวันลูกค้าได้ซื้อเพียง £ 100 เร็ว ๆ นี้ £ 600 ขึ้นมาเพื่อให้ผู้จัดการร้านที่มีปัญหาเกินดุลของมะเขือเทศ ในคำอื่น ๆ ที่เธอมีปริมาณมากเกินไปหลายเพื่อให้เธอลดราคาไป $ 1.09 ปอนด์ ในราคาที่ต่ำนี้ลูกค้าเร็ว ๆ นี้ซื้อทั้งหมด 500 £ นี้เป็นราคาดุลยภาพ (จุดที่อุปสงค์และอุปทานตอบสนอง)
        
อีกตัวอย่างหนึ่งคือราคาน้ำมัน ในองค์การของประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) หยุดการส่งน้ำมันไปยังประเทศตะวันตกเพื่อให้มีการขาดแคลนก๊าซและน้ำมันในหลายประเทศ ราคาก็ขึ้นไปกว่า 30 ร้อยละ (%). In1974 อุปทานของน้ำมันให้กับเวสต์ลงไปอีกครั้งเพราะของการปฏิวัติในอิหร่านดังนั้นราคาก็ขึ้นไปอีกครั้ง. ผู้บริโภคและธุรกิจมองหาวิธีที่จะใช้ก๊าซและน้ำมันน้อย พวกเขาประสบความสำเร็จ ความต้องการลงไปดังนั้นราคาเริ่มต้นที่จะไปลง ระบบขององค์กรได้ทำงานฟรี

 

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Contextual Clues
การเดาความหมายจากบริบท

          เทคนิคการเรียนรู้คำศัพท์จากบริบท ประเภทการให้คำจำกัดความ
          การให้คำจำกัดความ (Definition)
        
ในการเรียนรู้คำศัพท์ยาก ผู้อ่านอาจจะอาศัยการเดาความหมายจากการให้คำจำกัดความที่ผู้เขียนได้อธิบาย ความหมายของคำศัพท์ออกมาโดยตรง โดยที่ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเปิดหาความหมายของคำศัพท์จากพจนานุกรม คำชี้แนะที่เป็นตัวช่วยในการบอกความหมายประเภทการให้คำจำกัดความ ได้แก่
                Verb to be (is, are)
                mean
                that is
                refer to
                called / be called
                consist of
                can be defined as
     ตัวอย่างประโยคการให้คำจำกัดความ
- Geometry is one branch of mathematics about line, angles, and surfaces.
- A meteorite is a falling star that reaches the earth without burning up.
- Meat of deer is called venison.
- The earth’s hydrosphere consist of water on its surface, water, vapor in the air and even water that has soaked into the soil.
     นอกจากนี้ยังมีเครื่องหมายวรรคตอน (Punctuations) ที่ถูกใช้เป็นตัวชี้แนะในการช่วยการเดาความหมายคำศัพท์ที่เราไม่คุ้นเคยอีก ได้แก่
       ,                   (comma)
       ,……,           (commas)
       ……-……     (dash)
      (…………)     (parentheses)
     ตัวอย่างการใช้เครื่องหมายวรรคตอนในการให้คำจำกัดความ
- A drone-male bee-takes 24 days to develop from the egg to a fully grown one.
- The edifice, the large building, on New Road was built in 1980.
- Dr. White’s speech was so bland (boring and mild) that everybody felt sleepy.

     ตัวอย่างการแสดงแบบการเรียนรู้คำศัพท์จากบริบทประเภทการให้คำจำกัดความ
Example Clue
1. The main section of a story book are called chapters.

Clue
2. A committee may be defined as any group interacting in regard to a common purpose.

     เรื่อง การให้คำตัวอย่าง (Example)
          ในการพิจารณาความหมายของคำศัพท์ที่เราไม่คุ้นเคย ผู้อ่านสามารถตีความหมายได้โดยอาศัยคำชี้แนะในบริบท ผู้เขียนอาจให้หรือยกตัวอย่างตามหลักคำศัพท์คำนั้น เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจในความหมายของคำศัพท์นั้นดียิ่งขึ้น
      คำชี้แนะประเภทให้หรือยกตัวอย่าง (Example Type)
………, for example / e.g. , ………
………, for instance , ………
………, such as , ………
………, as the following example shows , ………
ตัวอย่างเช่น ได้แก่ ยกตัวอย่าง, ดังต่อไปนี้, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมีเครื่องหมายวรรคตอน ได้แก่
- เครื่องหมาย dash
( ) เครื่องหมาย parenthesis
, เครื่องหมาย comma
; เครื่องหมาย semi-colon
: เครื่องหมาย colon
ตัวอย่าง
       1. The book deals entirely with the physical sciences, for example, geograph, oceanography, and chemistry,physical sciences เป็นคำศัพท์ที่ไม่รู้ For example เป็นคำชี้แนะ Geography, oceanography, and chemistry เป็นตัวอย่างที่ผู้เขียนยกขึ้นมาอธิบาย  ดังนั้น physical sciences จึงมีความหมายว่า วิทยาศาสตร์กายภาพ ที่เกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์ ที่ว่าด้วยมหาสมุทรและเคมี
        2. The ocean floor has surface features similar to those of dry land ; for instance, plains, trenches, canyons, and mountains.
        3. Since a guinea pig isn’t carnivorous, it couldn’t eat the meat.
        4. His behaviour was inexplicable ; no one could explain why he was always late at school.
ตัวอย่างการแสดงแบบการเรียนรู้เทคนิคการเดาความหมายจากบริบทประเภทการให้คำตัวอย่าง
(Example Types)
The ocean floor has surface features similar to those of dry land ;
Clue
For instance, plains, trenches, canyons, and mountains
     เรื่อง เทคนิคการเรียนรู้คำศัพท์ยาก ประเภทการกล่าวซ้ำ (Restatement type)
     เทคนิค การเรียนรู้คำศัพท์ยากประเภทนี้
ผู้เขียนบอกความหมายของคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยด้วยการกล่าวซ้ำความหมายของคำ ศัพท์ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น การสังเกตกา
รณ์กล่าวซ้ำ ความหมายของคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย สามารถดูได้จากตัวชี้แนะและเครื่องหมายวรรคตอน ดังนี้
ตัวชี้แนะประเภทการกล่าวซ้ำ ได้แก่
or หรือ
that is นั่นคือ
in other words กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
to put in another way กล่าวอีกในหนึ่งก็คือ
i e เป็นภาษาละติน มาจาก id est
แปลว่า that is to say
เครื่องหมายวรรคตอน ได้แก่
,……… เครื่องหมาย comma
,………, เครื่องหมาย commas - เครื่องหมาย dash
-………- เครื่องหมาย dashes (………) เครื่องหมาย วงเล็บ หรือ
parentheses
ตัวอย่าง
Clue
- You can take an escalator, or a moving staircase, down to the platform.
- escalator เป็นคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย
- or เป็นคำชี้แนะ
- a moving staircase เป็นความหมายของคำว่า “escalator”
ดังนั้น escalator ก็หมายถึง บันไดเลื่อน
- These two circles are concertric. In other words, they have the same center.
- concentric เป็นคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย
- in other words เป็นคำชี้แนะ
- have the same center เป็นความหมายของคำว่า “concentric”
ดั้งนั้น concentric ก็คือ จุดศูนย์กลางร่วม
- The government has to provide a new accommodation – a place to live for the people who are moving
from the slum area.
- The club members’ warmth and friendliness created a comforting ambience (atmosphere) which I
accepted eagerly.
     เรื่อง การเดาความหมายจากคำที่แสดงการเปรียบเทียบหรือขัดแย้ง(Comparison or Contrast Types)
     ในการ พิจารณาความหมายของคำศัพท์ยาก ผู้เขียนอาจให้ความหมายของคำศัพท์ใหม่ด้วยการใช้คำ หรือข้อความที่มีความหมายชนิดที่เปรียบเทียบความคล้ายคลึงกัน เหมือนกัน หรือข้อความที่เปรียบเทียบสิ่งสองสิ่งในลักษณะตรงกันข้าม หากเข้าใจความหมายของสิ่งหนึ่งก็สามารถที่จะตีความหมายของอีกส่วนหนึ่งหนึ่ง ได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ความหมายตรงๆ ของคำศัพท์ใหม่ แต่ก็ช่วยให้เข้าใจคำศัพท์ที่เป็นปัญหานั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
     1. คำชี้แนะประเภทที่บอกความคล้ายคลึงแสดงความเหมือน (Comparison) คำชี้แนะ ได้แก่
as เหมือนกัน
just as……so เมื่อ...ดังนั้น...
in the same way ในทำนองเดียวกัน
like เหมือนกับ
similar to เหมือนกับ, คล้ายกับ
ตัวอย่าง
- Just as there are conflicts between several parties, so there are disagreements between functional staff
and prime minister.
จากข้อความนี้จะมี Just as……, so เป็นคำชี้แนะ เมื่อพิจารณาโครงสร้างประโยคทางไวยากรณ์จะพบว่า
ประโยคแรกมี there are conflicts ส่วนประโยคหลังมี there are disagreements ดังนั้น คำว่า conflicts และ disagreements จึงมีความหมายเหมือนกัน คือ ความไม่เห็นด้วย, ความขัดแย้งกัน
      - That toy is like a lethal weapon ; the child almost killed me with it.
     2. คำชี้แนะประเภทที่แสดงถึงความแตกต่างกัน หรือขัดแย้งกัน (Contrast)
คำชี้แนะประเภทที่มีลักษณะตรงกันข้ามกัน เป็นการแสดงความขัดแย้งกันอยู่ในประโยค หรืออาจเป็นการแสดงการเปรียบเทียบถึงความไม่เท่าเทียมกันของ 2 กลุ่ม คำชี้แนะประเภทนี้ ได้แก่
although / even though / though ถึงแม้ว่า
but / yet / however / nevertheless แต่อย่างไรก็ตาม
in spite of / despite ทั้งๆ ที่, แม้ว่า
on the contrary / on the other hand ในทางตรงกันข้าม
while / whereas ในขณะที่
comparing / in compare with เปรียบเทียบกันกับ
as if / as yhough ราวกับว่า
ตัวอย่าง
- A few weeks ago the Cambodians intruded into Thai territory at Ban Hat-Lek of Klong Yai District
but were pushed back by the Thai forces.
จะเห็นได้ว่า คำที่ขีดเส้นใต้เป็นคำศัพท์ที่เราไม่รู้ แต่เราสามารถที่จะเดาคำศัพท์นั้นโดยดูตัวชี้แนะ ซึ่งได้แก่
คำว่า but ดังนั้น ข้อความที่อยู่ข้างหลังย่อมจะมีความหมายตรงกันข้ามกับข้อความที่มาข้างหน้า ข้อความที่อยู่ข้างหลัง but นั้นมีความหมายว่า ถูกผลักดันโดยกองทัพไทย ดังนั้น คำว่า intrude จึงมีความหมายว่า บุกรุก, ล่วงล้ำ เข้ามา
        - Although problems of population growth in many countries have been obvious, in others they are just
incipient.
       - Constant repetition of the same TV advertisement will alienate customers rather than attract them.
       เรื่อง การเดาความหมายจากคำที่มีความหมายเหมือนและตรงกันข้าม
(Synonym and Antonym Types)
Synonym clue
อาศัยความหมายของคำศัพท์ที่เหมือนกัน กับคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยนั้น สามารถกระทำได้โดยการเดา และอาศัยสังเกตจาก Signal clue ต่อไปนี้ too, and, also.
Example
1. The boy is rather inert, he is also slow.
Unknown word Signal Synonym idea

2. The man is very strong and he is husky to carry that
Synonym idea Signal Unknown word
heavy bag.

Antonym clue
คำที่มีความหมายตรงกันข้ามกับคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยนั้น ช่วยให้นักศึกษาเดาความหมายได้ โดยอาศัย
       Signal clue ต่อไปนี้ but, rather than
Example
       1. The eldest son is keen, but the youngest daughter
Unknown word Signal Is rather foolish Antonym idea
       2. The police caught three suspects last Friday, but they release Antonym idea Signal Unknown word
them two hours later,

อ้างอิง จาก http://www.mu.ac.th/e-QuizMarie/html/002/008/E%20quiz/Pretest.htm

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554